ญ่างานประพันธ์ของ
อังคาร กัลยาณพงศ์ มีลักษณะการเล่าเรื่องคล้ายกับนิทานร้อยแก้ว
ซึ่งเกิดจากจินตนาการและกระแสสำนึกในคุณค่าของโลกธรรมของผู้แต่งเองแม้ว่าจะมีการกล่าวเกินจริงและเสริมแต่งไปด้วยจินตนาการแต่ผู้อ่านสามารถรับรู้ได้ว่า
เหตุการณ์ต่างๆในเรื่องเกิดขึ้นจริงในสังคมปัจจุบัน นิทานเรื่องญ่า
จัดว่าเป็นนิทานชีวิตได้อย่างเหมาะสม เพราะนำเสนอคุณค่าของทุกชีวิต ไม่ว่าจะเป็น
คน สัตว์ หรือธรรมชาติต่างๆที่อยู่รอบตัวมนุษย์ บ่งบอกเวลาและสถานที่ชัดเจน
มีตัวละครดำเนินเรื่อง ซึ่งผู้อ่านเชื่อว่าตัวละครญ่า ในเรื่องนี้เป็นตัวแทนของคนแก่ที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว
ไร้ลูกหลานคอยดูแล หรืออีกแง่หนึ่ง คือตัวแทนของกลุ่มชนรากหญ้า ไร้อำนาจวาสนา
ถูกคนอื่นดูถูกเหยียดหยาม คล้ายกับหญ้าที่อยู่ต่ำติดดิน มีแต่คนเหยียบย่ำ น้อยคนนักที่จะเห็นความสำคัญของหญ้า
ที่ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนดินที่ทุกคนใช้เดินกันอยู่ทุกวัน
เรื่อง
ญ่า เปิดเรื่องด้วยการกล่าวถึง ช่วงเวลาและฤดูกาลหนึ่ง โดยใช้คำว่า “สายัณต์หนึ่งในวสันตฤดูฝนหายพรายเมฆขาวสะอาด” และกล่าวถึงฉากและสถานที่
ที่เป็นฉากหลังในเรื่องนี้ “เป็นชนบทเปล่าเปลี่ยวห่างไกลจากตัวเมือง”เป็นการเกริ่นนำเข้าสู่เนื้อเรื่องด้วยการใช้คำง่ายๆ
แต่ผู้แต่งก็เลือกสรรคำได้อย่างเหมาะสมกัน ใช้สำนวนได้สละสลวย ชวนอ่าน และเห็นภาพในเวลานั้นได้อย่างชัดเจน
ให้ความรู้สึกที่โดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้งไว้กลางป่าเขา
และฉากธรรมชาติที่ให้ความสมจริงของเรื่องนี้
ผู้แต่งกำหนดให้ตัวละครหญิงชราอายุแปดสิบเศษที่ต้องอาศัยอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง
เป็นตัวดำเนินเรื่อง โดยให้มีความสัมพันธ์กับเหล่าพืชผักนานาชนิดมีการวางโครงเรื่องไม่ซับซ้อนคือนำเสนอเรื่องไปเรื่อยจนจบอย่างไม่ทิ้งปมปัญหาไว้เรื่องเริ่มต้นตั้งแต่ ญ่าหายป่วยแล้วอยากกินข้าวกับแกงเลียง
จึงได้ออกไปเก็บยอดผักหญ้ามาทำเป็นอาหาร จนได้พบกับความอัศจรรย์ใจที่พืชผักสามารถพูดจาสื่อสารกับนางได้
และได้เปลี่ยนความรู้สึกเป็นความซาบซึ้งในคุณความดีของพืชผักเหล่านั้น
แต่สุดท้ายญ่าก็บังเอิญถูกงูฉกตาย ทำให้พืชผักร่ำไห้คร่ำครวญ
เสียใจกับการจากไปของญ่าผู้แต่งได้ใช้คำบ่งสถานการณ์ว่า “อยู่มาวันหนึ่ง เพิ่งหายไข้, ขณะนี้หญิงชราล้มเจ็บป่วย,บังเอิญถึงคราวเคราะห์ร้าย”
ช่วยให้โครงเรื่องถูกนำเสนอไปอย่างต่อเนื่องและนำไปสู่จุดจบอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้ใช้ภาพพจน์บุคลาธิษฐานในการดำเนินเรื่องทั้งเรื่อง
คือการกำหนดให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตให้มีชีวิต ยิ่งเป็นการเสริมให้ร้อยแก้วเรื่องนี้มีลักษณะเป็นนิทานมากขึ้นเพราะนิทานคือการแต่งขึ้นมาจากจินตนาการให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตสามารถพูดได้อยู่แล้ว
โดยการสร้างให้เหล่าพืชผักสามารถพูดจาสื่อสารกับญ่าได้ เพราะ ได้รับพรวิเศษจากเทพเจ้า
เพื่อให้ผู้อ่านไม่เกิดความสงสัยและมองข้ามไปว่าเหตุใดพืชผักถึงพูดได้และให้ผู้อ่านมุ่งสนใจไปที่แก่นของเรื่องที่ผู้แต่งกำหนดไว้ภายในนิทานเรื่องนี้
เช่นตอนที่ ญ่าสนทนากับยอดตำลึง“ญ่าเก็บฉันก่อนเถอะ
เถานั้นเป็นน้องสาว รอไว้พรุ่งนี้
บางทีเธออาจจะมีเรื่องสนทนาปราศรัยกะญ่าบ้างก็ได้”ยอดกระถินถามนางบ้างว่า
“ญ่ามีข้าวสารหรือเปล่า” ถ้อยคำเหล่านี้มีความเหมาะสมกับบริบทสภาพแวดล้อม
ดูไม่เป็นการจงใจให้เกิดขึ้น เพราะประโยคสนทนาเหมือนกับว่ามนุษย์กำลังสนทนากันเอง เพื่อให้ความรู้สึกว่า
พืชผักก็มีชีวิต มีความรู้สึกเช่นเดียวกับมนุษย์
นิทานร้อยแก้วเรื่องนี้จะมีลักษณะคำประพันธ์คล้ายร่ายกลายๆ
คือไม่มีเครื่องหมายคำพูดในบทสนทนาและมีการเลือกสรรคำให้ผิดแปลกไปจากภาษาเขียนและภาษาพูดเช่น
พิศวงงงงวยสนทนาปราศรัย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ วิเวกวังเวง ตระหนี่ถี่เหนียว
อุปนิสัยใจคอ เป็นต้น ซึ่งถือว่ามีความโดดเด่นด้านการใช้คำซ้อน
ช่วยเสริมให้เนื้อเรื่องและตัวละครเด่นชัดยิ่งขึ้น
เป็นงานเขียนที่แปลกใหม่และสร้างความสนใจดึงดูดแก่ผู้อ่านเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้แล้ว
ถ้อยคำสำนวนที่ผู้แต่งคัดสรรมาเรียบเรียงนั้น ได้สอดแทรกความคิดของตนเองเข้าไปแทนตัวละคร
ทำให้ตัวละครไม่ได้มีความคิดอย่างอิสระ เห็นได้จากการบรรยายความรู้สึกของตัวละคร
ที่ว่า “งูกัดซ้ำเข้าที่มือจึงรู้สึกตัวว่าถูกงูกัด ก็พลันตกใจสิ้นสติ
เป็นลมล้มลงขอบสระนั้น มินานนักฤทธิ์อันร้ายแรงของอสรพิษ ก็ทวนกระแสโลหิตในวัยชราอันมีกำลังต้านทานน้อยเหลือเกิน
เร่งฝ่ากระแสโลหิตเข้าสู่ห้องหัวใจ ดับแรงเต้นของชีพจรให้วอดวายลง หญิงชราก็สิ้นลม
แต่ตานั้นลืมโพรงราวจะเป็นห่วงถึงผักหญ้าพฤกษาลดามาลย์
เสมือนมิตรสหายอันยากจะหาใครมาเทียบเทียมได้”
โดยพิจารณาจากประโยค
“อันมีกำลังต้านทานน้อยเหลือเกิน” จริงอยู่ที่ว่า
วัยชราย่อมมีพละกำลังต้านทานพิษงูน้อยกว่าวันหนุ่มสาว ยิ่งผู้แต่งตั้งใจใช้คำว่า
น้อยเหลือเกิน แสดงให้เห็นถึงอารมณ์อ่อนไหวคล้อยตามตัวละครไป
และตัวอย่างที่ชัดเจนว่า นิทานเรื่องนี้มีความคิดของผู้แต่งเข้าไปอย่างชัดเจน คือ“แต่ตานั้นลืมโพรงราวจะเป็นห่วงถึงผักหญ้าพฤกษาลดามาลย์” เพราะตัวละครตายไปแล้ว ผู้แต่งจะรู้ซึ้งถึงความคิดของผู้ตายได้อย่างไร
ว่ากำลังเป็นห่วงสิ่งใดอยู่ นอกจากผู้แต่งจะใส่ความคิดเห็นส่วนตัวลงไปเติมแต่งให้นิทานเรื่องนี้ดำเนินต่อไปถึงจุดจบ
ปล.แก้มย้วย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น