โลกของเธอมีเพียงเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม
(ผู้แต่ง
มิ่งมนัสชน จังหาร)
เรื่องย่อ
โลกของเธอมีเพียงเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม
เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ นามว่า ปีใหม่
ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวที่ใครๆต่างเฝ้ามอบความรักให้
แต่ความรักที่เธอต้องการจริงๆคือความรักจากพ่อที่เธอไม่เคยได้สัมผัส
นี่คือเหตุผลที่ทำให้แม่ของเธอคือดาวต้องการมอบความรักให้กับลูกมากที่สุด
เพื่อที่ปีใหม่จะได้รู้สึกไม่ขาดอะไรไป แต่ความรักที่แม่มีให้ลูกมากเกินไปก็เปรียบเสมือนกรงที่ขังอิสรภาพของเธอที่จะได้คิดได้ทำในสิ่งที่เด็กคนอื่นๆทั่วไปได้ทำกัน
เช่น การขี่จักรยาน ทำให้แดนน้องชายไม่เห็นด้วยกับการเลี้ยงดูของพี่สาวตน
จนเป็นที่มาของเรื่องราวเมื่อ ดาว นำปีใหม่มาฝากให้แดนช่วยดูแลหนึ่งวัน วันนั้น
ปีใหม่ขี่รถล้ม ดาวไม่พอใจมากทั้งสองพี่น้อง ดาวและแดน ต่างอ้างเหตุผลที่ตนได้ทำไป
ดาวก็ว่าเพราะรักลูกมาก แดนก็ว่าต้องอิสระกับเด็กบ้างเด็กจะได้เกิดการเรียนรู้และทันโลก
จากเหตุการณ์นี้จึงทำให้ดาวเปิดใจยอมรับและให้ลูกของตนได้อิสระมากขึ้น
รอยยิ้มน้อยๆจึงเปล่งประกายขึ้นอีกครั้ง
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง
คือ เรื่องความรักความห่วงใยและความเข้าใจในความรัก
ความรักถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่โลกได้สร้างขึ้น
โดยเฉพาะความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก
ซึ่งเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบ จนบางครั้งความรักที่มากมายที่พ่อมามอบให้มันกลับเหมือนกรงที่ขังอิสรภาพของเด็ก
ตีกรอบไว้ให้เด็กมากเกินไป จนไม่สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้ด้วยตนเอง ไม่ทันโลก
ไม่ทันเหลี่ยมสังคม เป็นคนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือตลอดเวลา
ถ้ามีแต่ความรักให้เด็กแต่ไม่เข้าใจเขา รักที่พ่อแม่มอบให้ก็ไม่ต่างจากการเทน้ำใส่แก้วที่มีน้ำเต็มอยู่แล้ว
เด็กจะไม่ยอมรับหรือไม่ตอบสนองกลับ ดังนั้น การรักลูกควรรักให้ถูกทาง ควรมีอิสระให้เขาในการคิด
ทำ พูด ได้ตามวิสัยของเด็กและวัยวุฒิในช่วงอายุของเขา เขาควรได้รับการเรียนรู้
ไม่ควรถูกกีดกั้น เพราะจะเกิดเป็นปัญหาสังคมได้ในภายภาคหน้า เช่น
ในเรื่องที่เปรียบเด็กเป็นผ้าขาวผ้าขาวอาจจะปลิวตามลมไปโดนสีต่างๆที่ผู้ใหญ่มอบให้
หรือผ้าขาวอยู่กับที่ ก็มีโอกาสเปื้อนสีได้เหมือนกันจากธรรมชาติที่เกิดขึ้นขณะนั้น
การเลี้ยงดูบุตรหลานจึงต้องดูทุกอย่าง ทั้งสิ่งแวดล้อมรอบข้าง สภาวะสังคมพ่อแม่ผู้ปกครองเอง
สิ่งที่กล่าวแต่ข้างต้นจึงเป็นปัจจัยที่จะทำให้เด็กเติบใหญ่เป็นอนาคตของชาติและเป็นรากแก้วที่แข็งแกร่งของชาติต่อไป
สำนวนที่ประทับใจ
มือที่เคยจับตำรา จับปากกา
อย่าเอามาเปื้อนดินเปื้อนโคลนเลยลูกเอ๋ย
สาเหตุที่ชอบสำนวนนี้เพราะว่าตรงกับชีวิตตนเองดี
ใครที่เป็นลูกชาวนามักจะถูกปลูกฝังไว้อย่างนี้ อย่ามาทำนาให้ลำบากเหมือนพ่อแม่เลย
ให้พ่อแม่ลำบากก็พอแล้ว มือที่เคยจับปากกาในอนาคตก็ควรจับปากกาต่อไป
นี้อาจเป็นค่านิยมของชาวรากหญ้าที่ต้องการให้ลูกของตนได้ดี
แต่ในสิ่งที่พ่อแม่คิดว่าดีก็อาจจะไม่ดีเสมอไป ลูกหลานอาจจะลืมถิ่นกำเนิดของตน
ลืมว่าตนเองเป็นใคร พอตกงานจากสิ่งที่ตนเรียนมาก็ทำอะไรไม่เป็น
หลงลืมทุกสิ่งที่ตนเคยเป็นและเป็นอยู่ก็ได้
การปลูกฝังของพ่อแม่เป็นสิ่งดีแต่ก็ควรให้ลูกเลือกที่จะเป็นเอง
ทั้งหมดก็เพื่อความสุขที่จะเกิดขึ้นแก่ทั้งสองฝ่าย
สาเหตุที่เลือกหนังสือเล่มนี้
โลกของเธอมีเพียงเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม
เป็นวรรณกรรมที่ได้รับ รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ประจำปี 2551 ซึ่งเป็นเครื่องการันตีว่า เป็นหนังสือที่ดี
ด้วยเนื้อหาสาระที่อ่านง่ายเข้าใจง่าย และด้วยความละเอียดอ่อนของถ้อยคำในเรื่อง
จึงสร้างอารมณ์แก่ผู้อ่าน
เกิดความเพลิดเพลินและสร้างรอยยิ้มให้ผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น