จุดหักเห(แม่นาค)
การวิจารณ์ในปัจจุบันถือว่ามีความหลากหลาย
ไม่เพียงแค่การวิจารณ์งานวรรณกรรมเท่านั้น ในยุคแห่งเทคโนโลยีที่ทันสมัย
การวิจารณ์ภาพยนตร์ต่างๆ ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น
เพราะภาพยนตร์ส่วนมากก็มีที่มากจากงานเขียนที่ได้รับความนิยมนั้นเอง เช่น เรื่อง แม่นาคพระโขนงและพี่มากพระโขนง
ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมจากคนไทยอยู่มากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม่นาคพระโขนงกับพี่มากพระโขนงหากนำมาวิจารณ์ในแนวสัจนิยมมหัศจรรย์แล้วภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ถือว่ามีความแตกต่างกัน
ถึงแม้ว่าทั้งสองเรื่องจะมีที่มาจากเรื่องเดียวกันและเป็นหนังผีด้วยกันทั้งคู่
รวมถึงเรื่องราวที่มีตัวละครหลักคือแม่นาคก็ตาม
แม่นาคพระโขนง
เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่ต้องเสียชีวิตเพราะตายทั้งกลมและรอคอยการกลับมาของสามีคือ
มาก สร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านเพราะความเหี้ยนที่เป็นจุดขายของเรื่อง ถึงแม้ทั้งสองจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งแต่ก็ไม่ใช่ฐานะเดิมอีกแล้ว
เพราะคนหนึ่งอยู่ในฐานะคนแต่อีกคนเป็นผีไปแล้ว
เมื่อรู้ความจริงว่านางนาคเป็นผีสุดท้ายก็ต้องแยกจากกัน สาเหตุนี้ทำให้เรื่องแม่นาคพระโขนงไม่จัดอยู่ในแนวสัจนิยมมหัศจรรย์เพราะระหว่างผีกับคนนั้นแยกออกจากกันชัดเจน
ผีก็อยู่ส่วนผีคนก็อยู่ส่วนคน ทั้งสองไม่สามารถอยู่รวมกันได้
ถึงแม้การวิจารณ์แนวสัจนิยมมหัศจรรย์จะเป็นการวิจารณ์แนวเหนือวิสัย
แต่เรื่องราวความจริง กับสิ่งมหัศจรรย์ต้องสามารถอยู่รวมกันได้โดยไม่แยกออกจากกัน
ต้องมีตรรกะที่เป็นชุดเดียวกัน ไม่ได้แบ่งเป็นสองชุด เช่น
ชุดหนึ่งกล่าวถึงพฤติกรรมของคน อีกชุดกล่าวถึงพฤติกรรมของผี
โดยพยายามให้เห็นว่าผีและคนต้องแยกออกจากกันไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้
ซึ่งต่างจากเรื่องพี่มากพระโขนง
ถึงแม้ว่าตอนต้นจะมีเนื้อหาของเรื่องเช่นเดียวกับเรื่องแม่นาคพระโขนงก็ตาม
แต่จุดหักเหของเรื่องคือตอนจบ
พี่มากพระโขนงจบเรื่องลงด้วยการได้อยู่ร่วมกันอีกครั้ง
ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นผีแต่ทั้งสองก็ยังใช้ชีวิตด้วยกันเหมือนคนปกติ
ไม่ได้รู้สึกแตกแยกออกจากกันแต่อย่างใด เป็นการเล่าเรื่องที่มีตรรกะชุดเดียวกัน
จึงกล่าวได้ว่าพี่มากพระโขนงจัดอยู่ในแนวสัจนิยมมหัศจรรย์
แม่นาคพระโขนงกับพี่มากพระโขนงจึงมีความแตกต่างกัน
ทั้งนี้เพราะด้วยการดำเนินเรื่องที่แปลกใหม่และบรรยากาศในเรื่อง
รวมทั้งเรื่องพี่มากพระโขนงจะกล่าวถึงตัวละครฝ่ายชายมากขึ้นแล้วยังมีผ่องเพื่อนที่คอยให้ความช่วยเหลือและร่วมแสดงความคิดเห็น
ทำให้บรรยากาศแห่งความน่ากลัวเบาบางลง เปลี่ยนเป็นตลกขบขัน
เปลี่ยนอรรถรสในการรับชมเป็นเรื่องที่แปลกใหม่
จากที่เราเคยรู้จักกันในเรื่องแม่นาคพระโขนงในแนวเก่าๆ
การวิจารณ์แนวต่างๆ
จึงมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป
ทั้งนี้เพื่อให้วงการวิจารณ์เป็นที่แพร่หลายและได้รับการยอมรับ และเป็นการหาจุดบกพร่องและนำข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาแก้ไขให้ดียิ่งๆขึ้นไป
เช่นเดียวกับภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ที่มีมีความแตกต่างกันในด้านเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย
ตามเทคโนโลยี ซึ่งก็จะทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ
ที่แทรกอยู่ตลอดทั้งเรื่อง การจะเห็นดีเห็นงามอย่างไรจึงขึ้นอยู่ที่การวิจารณ์ของแต่ละคน
เพราะสุดท้ายหน้าที่ของมันคือการมุ่งให้ความเพลิดเพลินและความสุขแก่ผู้ที่ได้รับชมเท่านั้นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น