วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"แม้แต่บนเส้นทางไปสู่การพ่ายแพ้ ก็ยังมีสิ่งที่เราต้องเอาชนะ"

"แม้แต่บนเส้นทางไปสู่การพ่ายแพ้ ก็ยังมีสิ่งที่เราต้องเอาชนะ"

(เสกสรรค์ ประเสริฐกุล)
ฉันคือสัตว์ร้าย กัดกินใจไทยทั้งผอง
ฉันคืออำนาจอันลำพอง  คอยจ้องทำร้ายผู้วาดหวัง
ฉันคือเสียงเพลง ขับกล่อมบรรเลงทุกเช้าค่ำ
ฉันคือความทรงจำที่คอยย้ำทุกร้อนหนาว
ฉันคือแสงไฟยามริบหรี่ ส่องแสงสุรีย์ในห้วงหม่น
ฉันคือน้ำค้างอันหลั่งล้นคล้ายหยาดฝนชโลมไพร
ฉันคือความเป็นจริงไม่ใช่สิ่งอันฝันใฝ่
ฉันนั้นคือหัวใจโอบอุ้มไว้ซึ่งสรรพสิ่ง
..........................................................
หัวใจดวงน้อยนี้มีพื้นที่ความเจ็บช้ำ
ทั้งเรี่ยวแรงพลังกับความหวังต้องพังไป
เส้นทางการต่อสู้คือประตูสู้นรกหรือไฉน
อำนาจความมืดไซร้จึงชนะหัวใจทรนง
แม้เส้นทางไปสู่ความพ่ายแพ้
ยังมีแคร่ข้างอกต้องขจัดทิ้ง
แคร่ข้างอกนี้ก็ร้ายเหลือจริง
จะตัดทิ้งเพื่อไปสู่ความ...พ่ายแพ้


ปล.เด็กน้อย แต่งจากบางตอนในวรรณกรรม ชุด สะพานไผ่เหนือสายน้ำเชี่ยว ของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

สะพานไผ่เหนือสายน้ำเชี่ยว

สะพานไผ่เหนือสายน้ำเชี่ยว
เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

          "แม้แต่บนเส้นทางไปสู่การพ่ายแพ้ ก็ยังมีสิ่งที่เราต้องเอาชนะ"
ข้อความข้างต้นคือบางตอนในบทประพันธ์ ของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตผู้นำขบวนนักศึกษาโค่นระบอบเผด็จการทางทหารเมื่อปี ๒๕๑๖ งานเขียนชุดนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงหนึ่งของชีวิต เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ที่ต้องการฟันฝ่าอุปสรรคสู่อุดมการณ์อันแรงกล้า เพื่อปฏิวัติแผ่นดินเกิด ให้ระบบเผด็จการนั้นสิ้นไป แต่ในความเป็นจริงไม่ง่ายอย่างที่คิดด้วยความผกผันทางการเมืองและด้วยอำนาจเผด็จการของรัฐบาลในช่วงนั้นทำให้ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล กลายเป็นคนนอกสังคมอย่างรวดเร็ว ด้วยอำนาจเผด็จการอันร้อนแรง เสกสรรค์ ประเสริฐกุลจึงตัดสินใจเข้าร่วมกองกำลังติดอาวุธปฏิวัติภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ทำให้ ต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในป่า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นและจุดจบของเรื่องนี้
          " สะพานไผ่เหนือสายน้ำเชี่ยว " เป็นเรื่องราวชีวิตของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ภายหลังจากตัดสินใจเข้าร่วมกองกำลังติดอาวุธปฏิวัติภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งเขาคิดว่าจะเป็นวิธีที่ยกระดับการการเมืองการปกครองของไทยให้กลับไปสู่สังคมประชาธิปไตย และลบล้างระบอบเผด็จการให้สูญสิ้นจากประเทศ แต่การเดินทางตามหาอุดมการณ์ในครั้งนี้กลับไม่แน่นอนอย่างที่คิด กองกำลังติดอาวุธปฏิวิติภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยไม่ได้จัดขึ้นเพื่อประเทศไทยอย่างแท้จริง การจะอยู่ที่นี้ไม่ใช่แนวทางที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาสันติอย่างแน่นอน และด้วยวิธีการคิดที่ผิดแปลกของผู้นำพรรคทำให้ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เกิดความลังเลใจ และเริ่มท้อกับสิ่งที่ตนกำลังเผชิญอยู่ ด้วยแนวคิดที่ไปกันไม่ได้ เสกสรรค์ ประเสริฐกุลและภรรยาจึงตัดสิ้นใจออกจากป่า เพื่อกลับมามอบตัวกับฝ่ายรัฐบาล แต่ระหว่างทางที่จะไปรับความผ่ายแพ้นั้นก็ไม่ง่าย พวกเขาต้องผ่านทั้งพายุ เมฆฝน และสายน้ำเชี่ยวที่พร้อมจะกลืนกินชีวิตทุกคนที่ตกลงไป เช่นดังข้อความที่กล่าวไว้ในข้างต้นว่า "แม้แต่บนเส้นทางไปสู่การพ่ายแพ้ ก็ยังมีสิ่งที่เราต้องเอาชนะ" เส้นทางแห่งความพ่ายแพ้นี้ช่างสร้างบาดแผลให้เขามากมายเหลือเกิน ไม่ใช่ที่ร่างกายแต่เป็นที่ " จิตใจ "
          เสกสรรค์ ประเสริฐกุลในฐานะนักเขียน สามารถถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้สึกของเขาผ่านตัวอักษรได้อย่างมั่นคงและเข้าถึงใจผู้อ่านด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและน้ำเสียงที่ใสซื่อ เช่น " ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่ที่ผมจะถูกตรึงไว้ริมสายธารความทรงจำซึ่งน่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่าสายน้ำเชี่ยวในลำห้วยขาแข้ง รู้เพียงว่า ณ ที่แห่งนั้น ผมอาจต้องดิ้นร้นสร้างสะพานอยู่โดยลำพัง " ข้อความข้างต้นนี้สื่อสารถึงส่วนลึกที่ยังตรึงอยู่ในจิตใจของเสกสรรค์ ประเสริฐกุลได้เป็นอย่างดี แม้ทุกอย่างจะผ่านเลยไปแต่สิ่งที่จะยังอยู่กับเขาไม่จางหายคือความทรงจำ ซึ่งมันจะสร้างความเจ็บปวดให้เขาไม่มีวันหาย การสื่อสารที่จริงใจและเรียบง่ายทำให้ผู้อ่านเข้าถึงเรื่องราวได้เป็นอย่างดี
          สะพานไผ่เหนือสายน้ำเชี่ยว นอกจากจะทำให้ผู้อ่านรู้จัก เสกสรรค์ ประเสริฐกุลมากขึ้นแล้วสิ่งที่ตกตะกอนภายในใจผู้อ่านที่แฝงมากับเนื้อเรื่อง คือข้อคิดที่ได้ ซึ่งมีส่วนสำคัญที่นำพาให้เราได้ขบคิดไปตาม เช่น การยอมรับความเป็นจริง ถึงแม้สิ่งนั้นจะทำให้ปวดร้าว การยอมรับความพ่ายแพ้หรือความเป็นจริงนั้นทุกคนต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นเราจะตกอยู่ภายใต้กำแพงซึ่งเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเพื่อลบล้างความเจ็บปวดของบาดแผลนั้น สิ่งที่พึ่งทำคือยอมรับและทำในสิ่งที่เป็นจริงและดีงามไม่จมอยู่กับอดีตหรือความหลังที่เรากลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว หากจะมีก็เพียงอนาคตข้างหน้าที่ยื่นเส้นทางมารอให้ก้าวเดินไปอย่างมั่นคง นอกจากนี้ก็มีเรื่องเงินปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตในปัจจุบันนี้ ซึ่งคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ แต่เงินก็ไม่สามารถซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้ เงินไม่สามารถซื้อเวลาให้ย้อนกลับมาได้ ไม่สามารถซื้อใจคนให้เปลี่ยนแปลงได้ เงินซื้อชีวิตของคนให้กลับฟื้นคืนไม่ได้ มีแต่ใจเท่านั้นที่ซื้อทุกอย่างได้ เพราะไม่ว่าอะไรที่ผ่านเข้ามาในความทรงจำ ความเจ็บปวด  ความรัก ครอบครัว เพื่อน มันจะยังตราตรึงอยู่ในใจ ในความทรงจำของเราไม่รู้คลาย ปัจจัยจึงไม่ใช่ความสุขที่ยั้งยืนและคงทนเช่นความสุขอันเกิดที่ใจ
          วรรณกรรมหนึ่งเรื่อง ใช้ตัวอักษรจำนวนไม่น้อยในการถักร้อยเรื่องราว การใช้เวลากับตัวอักษรหรือหนังสือนั้นก็เหมือนได้เรียนรู้ชีวิตของผู้เขียนในอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งบางครั้งเราไม่ทันได้สังเกต มุมมองเล็กๆที่สามารถเปลี่ยนชีวิตใครบ้างคนได้ หรืออาจจะเป็นบทเรียนสำหรับผู้เคยผ่านพบเรื่องราวคล้ายๆกันหรือผู้ฝักใฝ่ให้ปรับตัวได้อย่างเหมาะสม " สะพานไผ่เหนือสายน้ำเชี่ยว " ก็เป็นเรื่องราวชีวิตของคนๆหนึ่งที่มีบทบาทต่อสังคมไทยไม่น้อย การศึกษาชีวิตของเขาอาจทำให้เราเห็นมุมมองในการดำเนินชีวิตหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้อีกรูปแบบหนึ่ง ทั้งภาษาและอารมณ์ที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษรของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล คงจะทำให้ผู้อ่านได้รับความบันเทิง ความรู้และข้อคิดที่แฝงอยู่ไม่มากก็น้อย ซึ่งก็แล้วแต่มุมมองของใครของท่าน ผู้มีสายตาอันยาวไกลต่อไป



วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เพลง เก็บแผ่นดิน

เพลง เก็บแผ่นดิน


เพลง เก็บแผ่นดิน เป็นบทเพลงที่กล่าวถึงเรื่องราวการต่อสู้ เพื่อความเป็นอิสระภาพเสรี เพื่อทวงคืนแผ่นดินกลับมาให้เป็นดังเดิม ดังปรากฏในเนื้อเพลงความว่า

      ไม่มีแผ่นดินสิ้นชาติ                          ใจคนผงาดลุกขึ้นสู้
ร้อยดาวร้อยดวงดำรู                               ร้อยใจให้อยู่เรียงกัน
แผ่นดินคาเซซานซม                               อุดมการณ์คงมุ่งมั่น
.............................................................................................................................
มาเถิดพี่น้องผองเรา มาเถิด เร่งเร้า รณรงค์
จับปืนสู้ แม้ชีพ ปลดปลง                            เก็บแผ่นดินที่สิ้นไปคืนมา
จับปืนสู้ แม้ชีพ ปลดปลง                          เก็บแผ่นดินที่สิ้นชาติคืนมา




จากที่ปรากฏในเนื้อเพลงสะท้อนด้านการเมืองการปกครองอันเป็นที่มาของความเดือดร้อนด้วยความไม่เป็นธรรมในสังคมจึงมี กลุ่มชนกลุ่มหนึ่งที่ลุกขึ้นต่อต้านความอยุติธรรมของรัฐบาลจะเห็นได้ในเนื้อหาบทเพลงว่ามาเถิดพี่น้องผองเรา มาเถิด เร่งเร้า รณรงค์ จับปืนสู้ แม้ชีพ ปลดปลง เก็บแผ่นดินที่สิ้นไปคืนมาเป็นการต่อสู้เพื่อพิทักษ์ความถูกต้องแม้จะสิ้นชีพก็ตาม              

เพลง พ่อ

เพลง พ่อ


เพลง พ่อ บทเพลงนี้กล่าวถึง ความรักของพ่อที่มีให้ต่อลูก สุรชัย จันทิมาธร แต่งเพลงนี้ให้พ่อของตนและพ่อของทุกคน ที่อย่างน้อยก็ใช้คำว่าพ่อเหมือนกัน ว่าพ่อเป็นดั่งครูคนแรกที่คอยพร่ำสอนให้ลูกของตนได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย โดยเฉพาะชีวิตชนบทที่ต้องอาศัยธรรมชาติในการทำมาหากิน รวมถึงพร่ำสอนให้ลูกเป็นคนดี จนเมื่อลูกเติบใหญ่มีครอบครัวจึงหวนคิดถึงคำสอนของพ่อที่เคยพร่ำสอน ถ้าแต่ก่อนเราไม่มีพ่อจะเป็นอย่างไร ชีวิตอาจจะเหลวแหลกก็เป็นได้ คำสอนนี้เองที่จะนำไปสอนลูกของตนเองต่อไป ดังปรากฏในเนื้อเพลงความว่า

                เมื่อตอนเล็กเล็ก                          เล่นตามทุ่งนา หาปูหาปลา
            ในเรี่ยวในรวง                      ชีวิตกลางแจ้ง มีพ่อเป็นครู
................................................................................................................................................................
            ไม่มีพ่อสักคน                       เราจะเป็นอย่างไร        
            เราจะเป็นเช่นไรในสังคมนี้                 จะเป็นคนดีหรือคนเหลวไหล
................................................................................................................................................................
            แหละในตอนนี้ลูกก็โตแล้ว                  มีแถวมีแนวแตกหน่อกอพันธุ์
            มองเห็นตัวเองในดวงตาคู่นั้น               ลูกชายของฉันกำลังเติบโต


            จากเนื้อเพลงที่ปรากฏในข้างต้น เป็นภาพสะท้อนความรักของพ่อที่มีให้ลูก ว่าเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ พ่อเป็นทุกสิ่ง พ่อคอยอบรม สั่งสอน ให้ลูกรู้จักทำมาหากิน สอนให้ลูกเป็นคนดี อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และเป็นคนดีของสังคม สถาบันครอบครัวเป็นรากฐานที่เล็กที่สุดในสังคมแต่เป็นรากฐานที่มั่นคงที่สุดที่จะนำพาลูกหลานของตนไปสู่หนทางที่ถูกที่ควรหรือไม่เป็นบุคคลผู้สร้างความเดือดร้อนแก่สังคม เมื่อถึงเวลาลูกเติบโตมีครอบครัวมีลูกเองบ้าง คำสอนที่พ่อพร่ำบอกก็จะมีคุณค่าและไม่เสียเปล่าไปตามกาลเวลา

เพลง หลับตาเก็บฝัน

 เพลง หลับตาเก็บฝัน 

เพลง หลับตาเก็บฝัน บทเพลงนี้กล่าวถึงการเดินทางของชีวิตนักรบประชาชนที่เข้าอยู่ป่าและออกต่อสู้กับอำนาจที่ไม่ยุติธรรมที่กลายเป็นคราบน้ำตาที่ยังอยู่ในความทรงจำไม่มีวันลืมได้ดังปรากฏในเนื้อเพลงความว่า

      เรามาเจอกันจากวันนั้นมาจบ          วันนี้หลายปีห่างหาย
เคยแรมรอนฝ่าไฟร้อนปีนป่าย               เขาสูงเหวลึกผ่าชัน
คมทรงจำและความฝันคงหมั่น              ไม่มีวันแตกสลาย
ยังมีเธออยู่เสมอเลยเพื่อน                     แม้กาลเวลาลบเลือนมันไป

  จากที่ปรากฏในเนื้อเพลงสะท้อนให้เห็นว่าความรักที่ไม่สามารถลืมได้ถึงกาลเวลาจากผ่านไปนานคราบน้ำตาในใจที่เกิดจากสูญเสียของนักรบประชาชนที่ร่วมต่อสู้ด้วยกัน เปรียบเหมือนพึ่งเกิดขึ้น


เพลง หนาวน้ำตา

เพลง หนาวน้ำตา


เพลง หนาวน้ำตา  บทเพลงนี้กล่าวถึงที่การจากลาอันแสนเจ็บปวด กับความรักที่ต้องสูญเสียไป ถึงแม้รักจะทำให้ใจเจ็บปวด ดังมีไฟมาสุมให้รุ่มร้อน ถึงจะไม่อยากให้รักจากไป แต่ความเจ็บปวดครั้งนี้จะเป็นดั่งบทเรียน ที่คอยย้ำเตือนว่าจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีกครั้ง ดังปรากฏในเนื้อเพลงความว่า

                ดังเมฆดำบดฟ้าบังตะวัน                ดังเสี้ยวจันทร์หลงคืนข้างแรม
            ดังดวงดาววูบวาววับแวม                   รักร้างแรมจากไป
................................................................................................................................................................
            ใจเจ็บใจ เจ็บแล้วจงเจ็บจำ                 ใครเล่าทำให้เราเจ็บใจ
            หนึ่งบทเรียนต้องเรียนรู้ไป                  อย่าให้ต้องเดินซ้ำรอย


            จากที่ปรากฏในเนื้อเพลงสะท้อนถึงภาพความรักที่ไม่สมหวัง สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับใจของตนเอง ทิ้งไว้แต่เพียงคราบน้ำตาแห่งความบอบช้ำ ไว้เป็นบทเรียนไว้บอกตนเองว่าอย่าเดินซ้ำไปทางเก่าอีกครั้ง

เพลง รักและหวัง

เพลง รักและหวัง


เพลง รักและหวัง บทเพลงนี้กล่าวถึงการให้กำใจถึงจะล้มสักกี่ครั้งก็จงลุกขึ้นใหม่ ดังปรากฏในเนื้อเพลงความว่า
           
           ขอให้รักของเราก้าวไป                  เห็นไหมรักและแรงศรัทธา
……………………........................................................................................................................................
       รักและหวังตั้งใจไว้ว่า                       เกิดตายมาไปตามวิถี
            ท้อแท้ใจ ไร้ทางสิ้นดี                        ขอให้มีแค่กำลังใจ
…………………...........................................................................................................................................
            ล้มแล้วลุก ลุกยืนขึ้นใหม่                    เห็นไหมรักและแรงศรัทธา

          จากเนื้อเพลงที่ปรากฏในข้างต้น สะท้อนถึงเนื้อหาทางการเมืองเป็นการให้กำลงใจ สุรชัย จันทิมาธร ได้ประพันธ์ขึ้นว่า ทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เสมือนว่าล้มแล้วลุก ลุกยืนขึ้นใหม่เห็นไหมรักและแรงศรัทธาหากเราท้อแท้สักเพียงใดในเมื่อเรายังมีความเชื่อเราก็ต้องลุกยืนสู้ต่

5 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

  นี้ก็เป็น ep.2 สำหรับคลิปที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์รอบตัวเรา คุณเคยรู้ไหมว่าขนของเราส่วนไหนแข็งที่สุด ถ้าอยากรู้ก็เข้าไปดูกันนะครับ ช่...