วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วิจารณ์ คนดีศรีอยุธยา

        
  คนดีศรีอยุธยา


     คนดีศรีอยุธยา อาจจัดว่าเป็นวรรณกรรมที่เหมาะสำหรับคนไทยทุกคน เพราะเป็นวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ ที่จะทำให้ซาบซึ้งไปกับเรื่องราววีรกรรมของชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ที่กล้าหาญและยอมเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง แม้พวกเขาจะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา แต่ก็มีบทบาทในการกอบกู้ชาติ ซึ่งการกอบกู้ชาติหรือการปกป้องอธิปไตยของชาติย่อมไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เลือดเนื้อของวีรชนที่หลั่งไหลเพื่อปกป้องความเป็นไทยมาถึงทุกวันนี้ เชื่อว่าคนไทยทุกคนที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ต้องภูมิใจในแผ่นดินไทยของเราแน่นอน
     โครงเรื่อง คนดีศรีอยุธยา ไม่ซับซ้อนมากนัก เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกพ่ายครั้งที่สอง ชาวบ้านต่างพากันอพยพแยกย้ายเพื่อหนีภัยสงคราม แล้วตั้งถิ่นฐานกันอยู่เป็นก๊กเป็นเหล่า เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตแก่พวกข้าศึก โต น้อย เล็ก สามพี่น้องศิษย์อาจารย์เดียวกัน รู้ว่าอยุธยาแตกพ่าย จึงออกเดินทางเพื่อรวบรวมไพร่พลกอบกู้ราชธานีกลับมาดังเดิม ทั้งสามคนเดินทางแยกกันเพื่อให้การรวบรวมพลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างการรวบรวมพลทำให้ทั้งสามทราบว่าสาเหตุที่กรุงศรีอยุธยาแตกพ่ายเพราะคนในชาติไม่รักใคร่สามัคคีกัน เอารัดเอาเปรียบกันเอง เห็นประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ของชาติบ้านเมือง

 " เทียนนั้นถึงจะให้แสงสว่าง แต่ถ้าเปลวเทียนมันเอียงมันก็มีเงา
ปัญญาของคนถึงจะใสอย่างไร ถ้ามีความลำเอียงแล้ว มันก็จะมีส่วนที่มืด"

 แต่เพราะกรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี ได้มีคนดีมีฝีมือ คือ ชุมนุมเจ้าตากรวบรวมผู้คนตีป้อมค่ายพวกพม่า กู้กรุงศรีอยุธยากลับคืนมา โดยมีกำลังของชาวบ้านหลายกลุ่มเข้าร่วม โดยเฉพาะกลุ่มของโต น้อย เล็ก ซึ่งเป็นกองหนุนที่เข้มแข็งและกล้าหาญเด็ดเดี่ยว

       " ไม่มีประโยชน์อันใดหรอกที่คนจะรู้ความบริสุทธิ์และความถูกต้องเมื่อตายไปแล้ว"

       เรื่อง คนดีศรีอยุธยา สื่อให้เห็นว่า คนดีที่แท้จริงคือผู้ที่ทำงานโดยไม่เรียกร้องผลประโยชน์ใดๆตอบแทน ทำด้วยความเต็มใจ เห็นประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ทุกคนสามารถเป็นคนดีได้ ในยุคสมัยนี้หากจะให้ทำความดีด้วยการรบราฆ่าฟันกันอย่างเดิมนั้นคงไม่ใช่ เพราะบ้านเมืองของเราสงบสุขแล้ว จะทำความดีในสมัยนี้ไม่ยากเลย เพียงปฏิบัติตนอยู่ในจารีตประเพณีที่ดีงามอย่างไทย ปฏิบัติตนให้อยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นหรือคนรอบข้าง ไม่สร้างความแตกแยกให้เกิดแก่กลุ่มชนหรือสังคมที่อาศัย ดูแลครอบครัวของตนเองให้ดี ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพียงเท่านี้เราก็สามารถเป็นคนดีได้
  สภาพความเดือดร้อนในสมัยนั้นทำให้เรารู้ว่า คนไทยเราถึงแม้ในยามยากก็มีน้ำใจให้กันเสมอ ในยามยากหรือเวลาที่เดือดร้อนถ้ามองในมุมกลับในแง่ที่ดีคือเราจะรู้ว่าใครที่เป็นห่วงและหวังดีต่อเราจริงๆ ทาสแท้ของคนจะแสดงออกมาก็เมื่อมีภัยมาถึง จริงอยู่ที่มนุษย์ทุกคนล้วนเห็นแก่ตัว แต่สิ่งที่จะทำให้เราอยู่รอดได้อย่างมีความสุขคือการมีน้ำใจต่อกัน ความสามัคคีกลมเกลียว อย่างเช่นในเรื่อง คนดีศรีอยุธยา  ที่สามารถกอบกู้บ้านเมืองมาได้ก็เพราะความมีน้ำใจต่อกัน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เกิดความสามัคคีและก้าวข้ามอุปสรรคไปได้
   
 
"อาวุธนั้นให้ใช้เป็นสิ่งสุดท้าย เอาชนะกันด้วยปัญญาตอนจบ เมื่อไม่มีทางแล้วจึงใช้อาวุธเป็นเครื่องมือของปัญญา แต่ปัญญาต้องถืออาวุธอยู่ด้วยตราบใดที่ฝ่ายอธรรมยังถืออาวุธอยู่"

     จากข้อความข้างต้น บ่งบอกถึงความรักสงบของคนไทย การไม่รุกรานใครก่อน หลีกเลี่ยงความรุนแรงที่นำความเสียหายมาให้ในภายหลัง สงครามแต่ละครั้งย่อมส่งผลเสียและเกิดการล้มตายเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรมีสติ ใช้ปัญญาให้ได้ผลเสียที่จะเกิดขึ้นน้อยที่สุดเพราะ อาวุธมีไว้เพื่อชนะคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้น แต่ปัญญาถูกสร้างมาเพื่อชนะทุกอย่าง คนที่มีปัญญา ย่อมไม่นำพาสิ่งเดือดร้อนมาสู่ตน แต่หากใช้ปัญญาไปในทางที่ผิดผลที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลร้ายแก่ตนในภายหลัง ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ
"ในดีก็มีชั่ว ในชั่วก็มีดี"
     คนดีศรีอยุธยาจึงสะท้อน สภาพต่างๆของสังคมสมัยก่อน ความเป็นอยู่ นิสัยของคนไทย ความรักความสามัคคี มีน้ำใจไมตรีที่ดีต่อกัน ความเสมอภาค การไม่ยกตนข่มท่าน รู้จักวางตัว การวางแผน                    มีความรอบครอบ ไตร่ตรองก่อนลงมือทำเสมอ เสียสละส่วนตนเพื่อผลส่วนรวมและที่สำคัญคือความรักที่มีต่อชาติบ้านเมือง  คนไทยสมัยก่อนเป็นเช่นนี้ ซึ่งหากนำมาเปรียบเทียบกับปัจจุบัน คงมีหลายอย่างที่ลบเลื่อนไป คนเราสมัยนี้เห็นแก่ตัวมากขึ้นส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสภาพของสังคมที่ต้องแข่งขันกันอย่างไม่ลดละ การแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่มองสังคมรอบข้างทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี น้ำใจที่มีให้กันลดน้อยถอยลงตามลำดับโดยเฉพาะสังคมเมือง คงเหลือไว้ให้ชื่นใจบ้างปะปลายจากสังคมชนบท คนเราสมัยนี้จึงไม่มีความสุขอย่างแท้จริงจึงเป็นความสุขที่จอมปลอมซึ่งอาจแลกมาด้วยเงินทอง หรือพฤติกรรมปลอมๆที่เราใส่หน้ากากเข้าหากัน ประวัติศาสตร์จึงมีไว้เพื่อศึกษาสิ่งที่เราเคยพลาดพลั้งมาและไม่ให้สิ่งนั้นซ้ำรอยอีกครั้ง
   วรรณกรรมเรื่อง คนดีศรีอยุธยาของ เสนีย์ เสาวพงศ์ จึงงดงามด้วยถ้อยคำที่เรียบง่ายและเนื้อหาสาระที่สะท้อนสังคมไทยในสมัยก่อน แง่คิดของการใช้ชีวิตต่างๆที่สะท้อนผ่านตัวอักษรที่เรียงร้อยอย่างสละสลวย เป็นวรรณกรรมที่เป็นตัวแทนแสดงถึงความรักชาติ ความกลมเกลียวของคนในชาติไทยก็ว่าได้ ด้วยรูปแบบเนื้อหาที่ปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกให้ต่อสู้ ดังเช่นผู้เขียนได้กล่าวไว้ว่า "คนเราถ้าแพ้ทางใจแล้วมันร้ายยิ่งกว่าแพ้ทางกาย มันแพ้อย่างราบคาบเลยทีเดียว"เป็นคำที่ต้องการให้เราต่อสู้กับอุปสรรคเพียงแค่ใจไม่แพ้ เราจะก้าวผ่านความยากลำบากนั้นได้อย่างแน่นอน
   อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาในความเป็นนวนิยาย ผู้เขียนมุ่งถ่ายทอด ถึงความเสียสละที่ไม่หวังผลใดๆมาตอบแทน ซึ่งสะท้อนผ่านตัวละครหลักสามคน คือ โต น้อย เล็ก ซึ่งเป็นตัวละครที่ทำให้เรื่องดำเนินไปอย่างน่าตื่นเต้นและชวนติดตาม และตัวละครอื่นๆ เช่น แก้ว พะยอม ก็ถือว่ามีความสำคัญ เช่นแก้ว คือผู้ที่ชักชวนชาวบ้านให้มาร่วมกองทัพกับเจ้าตากจนตีพม่าแตกพ่ายสำเร็จ เป็นต้น ส่วนตัวละครอื่นเป็นเพียงตัวสนับสนุน เช่น ป้าเจิม ที่ให้ที่พัก กับ สามพี่น้องและพะยอม ครั้งออกมารวบรวมพลเพื่อกอบกู้กรุงศรีอยุธยา เป็นต้น ด้วยบทพรรณนาที่โดดเด่นและบทสนทนาที่เด่นชัดทำให้ผู้อ่านเข้าใจตัวละครได้มากขึ้น ทั้งในด้านอารมณ์ความรู้สึก ลักษณะนิสัยของตัวละครตลอดจนความคิดเห็นของแต่ละตัวละคร เช่นดังที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้ว่า "ไม่ดีหรอก ถ้าคนเราคิดเหมือนกันทุกอย่างมันก็ไม่มีประโยชน์ อะไรที่ทำให้เห็นความสำคัญระหว่างคนสองคน เพราะคนหนึ่งจะสูญหายกลายเป็นเพียงคนๆเดียว"เป็นความคิดเห็นที่ตัวละครแสดงออกมาว่าเราควรมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้างเพื่อจะได้เป็นประโยชน์ซึ่งกันและกัน
   เสนีย์ เสาวพงษ์ จึงเป็นกวีนักประพันธ์ ที่มองเห็นความสำคัญเล็กๆน้อยๆของประวัติศาสตร์ได้อย่างแยบยล และเข้าถึงได้ง่าย จึงเป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอ่านเพื่อให้ความบันเทิงหรือต้องการรับรู้ประวัติศาสตร์ที่สอดแทรกอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ด้วยเนื้อหาที่อ่านเข้าใจง่ายและแง่คิดต่างๆที่แฝงอยู่ภายในเล่ม จึงไม่แปลกที่ใครหลายๆคนจะมีหนังสือเล่มนี้อยู่ในใจ รวมทั้งตัวข้าพเจ้าด้วย ความคิดที่ถูกกลั้นกรองมาแล้วอย่างดี จึงไม่ควรเสียเปล่าอย่างไรค่า หนังสือเล่มนี้จึงควรคู่ที่จะอยู่ในสังคมไทยตราบนานเท่านาน



     


ไม่มีความคิดเห็น:

5 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

  นี้ก็เป็น ep.2 สำหรับคลิปที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์รอบตัวเรา คุณเคยรู้ไหมว่าขนของเราส่วนไหนแข็งที่สุด ถ้าอยากรู้ก็เข้าไปดูกันนะครับ ช่...